

ผมสนใจหลักสูตรนี้ตั้งแต่อ่านบทความสัมภาษณ์อาจารย์ผู้สอน คือ อาจารย์พิมพวัน นาคะศิริในนิตยสาร Go Training แล้ว เพราะคิดว่าเป็นการสอนความคิดสร้างสรรค์แนวปฏิบัติที่น่าสนใจมาก ถ้าเป็นไปได้ อาจเรียนเชิญอาจารย์มาสอนในชั้นเรียนวิชา Innovative Thinking 2009
โลกมห้ศจรรย์ของพลังชีวิต พลังสร้างสรรค์ พลังสติปัญญา







เนื้อหาครั้งนี้มาจากบทความเรื่อง "จักกลิ้ง รูบิค โยโย่ ควงปากกา เกี่ยวข้องอะไรกับการเรียนคอมพิวเตอร์ ?" ซึ่งผมเขียนและตีพิมพ์ในวารสาร Go Training ฉบับเดือนเมษายน 2552 ครับ
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2552 ถ้าใครได้ไปที่ห้องเรียนของภาควิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะเห็นว่ามีนิสิตบางคนกำลังเล่นรูบิค บางคนกำลังโยนจักกลิ้ง หลายคนกำลังโยนโยโย่ด้วยกัน และอีกหลายคนจับกลุ่มนั่งควงปากกากัน คงจะสงสัยว่านิสิตเหล่านี้กำลังทำอะไรกันอยู่ ?
ที่จริง พวกเขากำลังเตรียมตัวสอบวิชา Hack Your Mind (รายละเอียดของเนื้อหาวิชานี้สามารถอ่านจากวารสาร Go Training ฉบับเดือนมีนาคม 2552 ครับ) ผมได้กำหนดการทดสอบที่เรียกว่า “การแสดงทักษะของเล่นที่ใช้ความคล่องแคล่วของมือ” ซึ่งผู้เรียนทุกคนจะต้องแสดงทักษะของเล่นอย่างใดอย่างหนึ่งได้แก่ จักกลิ้ง โยโย่ ควงปากกา โดยแสดงอย่างน้อย 4 ท่า และรูบิคนั้นจะต้องทำให้ผ่านอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยให้เลือกของเล่นตามความสมัครใจ
หลายท่านคงสงสัยว่า ผมให้นิสิตคอมพิวเตอร์สอบทักษะของเล่นเหล่านี้เพื่ออะไร ? ทำไมไม่สอบการขียนโปรแกรมหรือสร้างเว็บไซต์หรือสร้างหุ่นยนตร์ซึ่งน่าจะตรงกับศาสตร์คอมพิวเตอร์โดยตรงมากกว่า ?
แน่นอนครับว่านิสิตคอมพิวเตอร์ได้ทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นมาแล้วอย่างมาก ทั้งที่เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนหรือการเข้าร่วมแข่งขันด้านคอมพิวเตอร์โดยสมัครใจ อย่างไรก็ตาม งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือคอมพิวเตอร์ เป็นงานที่ใช้ฐานคิดหรือใช้สมองอย่างมาก ปัจจุบันนักศึกษาที่เรียนด้านคอมพิวเตอร์ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เช่น การพิมพ์งาน เขียนโปรแกรม เล่นเกมออนไลน์ เว็บ แชต ฯลฯ ยิ่งปัจจุบันโทรศัพท์มือถือเป็นปัจจัยที่ห้าไปแล้ว ทำให้นักศึกษาใช้เวลาว่างที่หลงเหลืออยู่กับโทรศัพท์มือถือ ดังนั้น นักศึกษาจำนวนมากขาดการออกกำลังกาย สายตาและร่างกายตึงเครียดเพราะไม่ได้เปลี่ยนอิริยาบถ อีกทั้งสมองเหนื่อยล้าเพราะใช้งานติดต่อกันเป็นเวลานาน
ดังนั้นงานอดิเรกที่เหมาะกับวิชาชีพฐานคิด เช่น นักคอมพิวเตอร์ ควรเป็นกิจกรรมที่ใช้ฐานกายเพื่อทำให้เกิดความสมดุลในชีวิต หรือเป็นกิจกรรมที่ทำให้สมองได้พักผ่อน หรือพัฒนาสมองให้ทำงานดียิ่งขึ้น ปัจจุบันเชื่อกันว่าความสามารถในการใช้มืออย่างคล่องแคล่วทำให้สมองทำงานได้ดีขึ้นด้วย อีกทั้งช่วยฝึกสมาธิ ประสาทสัมผัสด้านต่าง ๆ
ไมเคิล เจ เกลบ์(Micahel J. Gelb) ผู้เขียนหนังสือขายดีหลายเล่มเคยเขียนว่า เขาได้ไปสัมภาษณ์ศาสตราจารย์เรย์มอนด์ ดาร์ท (Raymond Dart) ซึ่งเป็นนักมนุษยวิทยา และนักกายวิภาคที่มีชื่อเสียง โดยถามว่า เขาต้องการฝากข้อความใดถึงมนุษยชาติรุ่นถัดไป เรย์มอนด์ตอบว่า “บอกพวกเขารักษาสมองให้สมดุล รักษาร่างกายให้สมดุล อนาคตของมนุษยชาติอยู่ที่ผู้ถนัดทั้งสองมือ” โรเจอร์ วอน โอช(Roger Von Oech) นักเขียนหนังสือด้านความคิดสร้างสรรค์ที่มีชื่อเสียงก้องโลก กล่าวว่า ในขณะที่เขากำลังแก้ปัญหาที่ยุ่งยากหรือใช้ความคิดสร้างสรรค์ เขามักใช้มือจับสิ่งของหรือทำสิ่งต่าง ๆ ไปด้วย ซึ่งทำให้ความคิดของเขาโลดแล่นขึ้น
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะให้ลูกศิษย์ของผมได้ลองเปลี่ยนกิจกรรมบ้าง โดยเสนอการทดสอบของเล่นที่ใช้ความคล่องแคล่วของมือ ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกว่า dexterity toy ซึ่งผมเลือกของเล่น คือ จักกลิ้ง โยโย่ ควงปากกา และรูบิค ด้วยเหตุผลดังนี้
